ล็อกอิน

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มีสมาชิก ผู้ใช้ 0 คน และผู้เยี่ยมชม 0 guests กำลังออนไลน์

ประวัติวัดป่าเชิงเลน

 

ความเดิม

ซากปรักหักพังของวัดเชิงเลน ปรากฏอยู่ริมคลองชักพระ แขวงบางขุนศรี เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ ๕ ไร่ ๒ งาน

๖๐ ตารางวา ตามที่ได้สอบถามและตามที่ชาวบ้านและผู้เฒ่าผู้แก่บอกเล่ากันต่อๆ มา ทราบว่าเคยเป็นวัดเก่าแก่มีอายุนานเกินกว่า ๔ ชั่วคน ตั้งแต่เริ่มจำความได้ก็เห็นวัดอยู่ในสภาพหักพังและรกร้างอยู่แล้ว จากการตรวจสอบอิฐที่ก่อสร้างวัดและวิธีการก่อสร้าง พบว่าเป็นอิฐและวิธีการก่อสร้างวัดในสมัยอยุธยา

จึงเชื่อแน่ว่าวัดนี้ควรมีอายุไม่ต่ำกว่า ๒๐๐ ปี และเนื่องจากวัดนี้ตั้งอยู่ริมคลองใหญ่ซึ่งเป็นที่ดินที่ลุ่มมาก ดินภายใต้ที่ตั้งวัดเป็นเลนที่มีความอ่อนตัวง่ายจึงได้ชื่อว่า “วัดเชิงเลน”

บริเวณที่ตั้งวัดทุกวันระดับน้ำในคลองจะขึ้นลงอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะในฤดูน้ำหลากจะมีน้ำท่วมขังคราวละเป็นเวลานาน จึงเป็นเหตุให้บริเวณวัดทรุดตัวลงอย่างรวดเร็วจนสิ่งปลูกสร้างต่างๆ หักพังทลายลงในที่สุด แม้ต่อมาจะมีการพยายามบูรณะฟื้นฟูหลายครั้งแต่ในเวลาไม่นานสิ่งปลูกสร้างก็หักพังทลายลงไปอีกหมดกำลังที่จะบูรณะต่อไปอีก จึงจำต้องปล่อยทิ้งให้รกร้างมาเป็นร้อยปี

 

การมาพบซากวัด

ในเดือนมีนาคม ๒๕๓๒ ได้พบวัดนี้โดยบังเอิญ สภาพที่พบครั้งแรกบริเวณวัดเป็นบึงหญ้ากว้างใหญ่กลางบึงเป็นพงต้นอ้อขึ้นสูงกว่าที่อื่น ใต้พงอ้อสังเกตเป็นกองอิฐปะปนอยู่ สอบถามจากชาวบ้านทราบว่าเป็นวัดร้างบริเวณพงอ้อนั้นคือซากโบสถ์ ส่วนบริเวณวัดส่วนอื่นได้จมลงไปเกือบหมดลงเหลือแต่ซากเจดีย์ริมคลองซึ่งจะปรากฏขึ้นเวลาน้ำลดเท่านั้น ตามข้อเท็จจริงชาวบ้านไม่สามารถทำสวนมานานแล้ว เพราะน้ำท่วมจึงได้แต่อาศัยที่หน้าวัดบริเวณริมคลองปลูกบ้านเป็นที่อยู่อาศัย เมื่อได้เข้าไปสำรวจและแผ้วถางหญ้าบริเวณที่เป็นโบสถ์พบซากโบสถ์มีกองอิฐและกองไม้โครงหลังคาซึ่งหักพังลงมากองทับรวมกันอยู่และเหลือซากกำแพงบางส่วนตัวโบสถ์โผล่พ้นน้ำเพียงนิดเดียว ในฤดูน้ำคงท่วมซากโบสถ์เกือบมิด เพราะสังเกตบ้านผู้เช่าวัดปลูกยกพื้นบ้านสูงกว่าระดับที่ตั้งโบสถ์มาก
นอกจากซากโบสถ์ยังพบพระพุทธรูปเศียรขาด ๓ องค์ ทราบว่าถูกลอบตัดไปนานแล้ว เวลาที่ถูกตัดเป็นเวลากลางคืนชาวบ้านเล่าว่าในคืนที่พระพุทธรูปถูกลอบตัดเศียรมีลมพายุพัดรุนแรง ฝนตกหนักฟ้าร้องฟ้าผ่าเสียงดังสนั่นหวั่นไหวทั้งคืนเหมือนกับเทพยาดา และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้แสดงความโกรธกริ้วและโศกสลดต่อการกระทำของมนุษย์ใจบาปพวกนั้น

นอกจากนี้จากการสำรวจรอบๆ บริเวณโบสถ์ซึ่งไม่กว้างนักยังพบใบเสมาที่ทำด้วยหินเกรนิตหนึ่งใบและพบหลุมฝังลูกนิมิตรรอบโบสถ์ ซึ่งได้ก่อเจดีย์เล็กๆ ครอบปิดหลุมไว้ มีสภาพชำรุดทรุดโทรมมากมีต้นไทรและต้นโพธิ์ขึ้นเต็มทั้งองค์เจดีย์ บริเวณโบสถ์นี้นานมาแล้วเคยถูกถางให้เตียนและก่อสร้างหลังคาสังกะสีคลุมไว้โดยนักเล่นหวยเบอร์ที่เข้ามาขอหวยและถูกหวยใต้ดิน ต่อมาเมื่อไม่ถูกหวยแลหมดทุนแทงหวยแล้ว สภาพก็ถูกปล่อยทิ้งร้างไว้โดยปราศจากผู้ดูแลกลายเป็นสถานที่เด็กๆ ในละแวกนี้ใช้เป็นสถานที่ละเล่นต่างๆ เช่น ทอยกอง โยนห่วง บางครั้งใช้เศียรพระพุทธรูปเป็นหลักโยนให้ห่วงคล้อง มีการกระโดดข้ามพระพุทธรูปไปมาเป็นที่สนุกสนานโดยไม่คิดอะไรตามภาษาเด็ก ตกเย็นๆ บางวันก็เป็นสถานที่พบปะของวัยรุ่นหนุ่มคะนองเพื่อดื่มสุรายาเมา เมื่อเมาได้ที่ก็ใช้กำแพงโบสถ์ทั้งภายในและภายนอกรอบๆ บริเวณโบสถ์เป็นที่ถ่ายหนักเบาไปทั่ว

 

บังเกิดความคิดและศรัทธาจะบูรณะฟื้นฟูสภาพซากปรักหักพังขึ้นคืนเป็นวัด

เมื่อได้เห็นสภาพวัดร้างและได้ทราบเรื่องราวเกี่ยวกับวัดร้างนี้ทำให้เกิดความรู้สึกสลดหดหู่ใจเป็นที่สุดไม่นึกเลยว่าใจกลางกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศไทยมีศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ สิ่งปลูกสร้างอันเป็นตัวแทนที่ระลึกถึงพระคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ พระพุทธศาสนาจะถูกย่ำยีและถูกทอดทิ้งโดยปราศจากการดูแลถึงขนาดนี้ ซึ่งหากปล่อยไว้เช่นนี้ในที่สุด ซากวัดนี้คงชำรุดทรุดโทรมจมลงใต้น้ำในที่สุด และชื่อวัดเชิงเลนคงจะหายไปจากความจำของคนรุ่นหลังแน่นอน ความรู้สึกที่ได้รับความกดดันทางจิตใจอย่างยิ่ง จากเหตุการณ์ดังกล่าวข้างต้นทำให้เกิดความคิดและความตั้งใจอย่างแรงกล้าว่าจะต้องดำเนินการบูรณะฟื้นฟูภาพปรักหักพักของวัดนี้ให้คืนสภาพเป็นวัดให้สำเร็จให้จงได้ ทันทีที่เกิดความคิดนี้ได้ปรากฏเหตุมหัศจรรย์ท้องฟ้าที่สว่างไสวอยู่พลันมืดครื้มโดยปราศจากเมฆหมอกเกิดกระแสลมเย็นพัดกรรโชกมากระทบร่างกายทำให้เกิดอาการขนลุกซู่และสบายอย่างประหลาดจึงมีความมั่นใจว่าการบูรณะฟื้นฟูวัดนี้จะต้องสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีแน่

เมื่อได้นำความคิดบูรณะฟื้นฟูวัดเชิงเลนกลับไปปรึกษากับเพื่อนฝูงญาติโยมและผู้ใหญ่กับครูบาอาจารย์ที่เคารพนับถือทุกท่านต่างเห็นดีด้วยและจะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่

โดยได้กำหนดหลักการบูรณะวัดดังกล่าวไว้ ๓ ประการคือ

 

  1. จะดำเนินการก่อสร้างเสนาสนะเฉพาะที่จำเป็นเช่น โบสถ์ หอฉัน กุฏิ โรงครัว เป็นต้น จะปลูกต้นไม้ยืนต้นมากๆ และจะรักษาสภาพเดิมและซากเดิมของวัดให้มากที่สุดเพื่อเป็นอนุสรณ์และคงความเก่าแก่ไว้
  2. ปัจจัยและอุปกรณ์ต่างๆ จะบูรณะจะดำเนินการให้ได้มาโดยบอกเล่าถึงสภาพและความประสงค์ในการบูรณะแก่ญาติโยมแล้วสุดแต่ผู้ใดจะศรัทธาร่วมกันบูรณะโดยไม่มีการเรี่ยไรใดๆ ทั้งสิ้น
  3. เมื่อบูรณะเสร็จก็จะยกเสนาสนะทั้งหมดถวายแก่พระสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีประพฤติชอบเพื่อใช้สถานที่วัดนี้เป็นที่จำศีลภาวนา เป็นที่ปฏิบัติธรรมของญาติโยมผู้ใฝ่ธรรมและให้ใช้เป็นที่เผยแผ่ และทะนุบำรุงพระพุทธศาสนาสืบไป

 

การก่อสร้าง

การเริ่มดำเนินการก่อนการบูรณะคือการได้ใช้ความพยายามอยู่หลายเดือนในการติดต่อขอแบ่งเช่าที่ดินซึ่งเป็นบริเวณวัดส่วนใหญ่ที่ชาวบ้านทิ้งไว้ไม่ใช้เนื้อที่ ๔ ไร่ ๓ งาน จากชาวบ้านที่เช่าอยู่เดิมแล้ว จึงได้เจราจาขอทำสัญญากับกรมการศาสนาจนสำเร็จ อุปสรรคที่ตามมาคือช่างผู้รับก่อสร้าง เพราะเนื่องจากที่ตั้งวัดเป็นที่ลุ่ม การก่อสร้างยากมาก รอบๆ วัดเป็นป่าหญ้าและบึงน้ำมียุงมากมาย การหาอาหารการกินลำบาก ผู้รับเหมาที่ไปดูงานส่วนใหญ่ไม่อยากรับงาน ส่วนผู้ที่รับงานก็เรียกร้องราคาสูงมากสุดจะสู้ราคาไหว จนในที่สุดจึงตัดสินใจหาหัวหน้าช่างผู้หนึ่งมาเป็นผู้รับผิดชอบงานนี้และรับสมัครคนงานเองกับจัดซื้อวัสดุก่อสร้างเอง โดยให้ช่างส่วนหนึ่งปลูกที่อยู่อาศัยในบริเวณวัด อีกส่วนหนึ่งทำงานเองกับจัดซื้อวัสดุก่อสร้างเอง โดยให้ช่างส่วนหนึ่งปลูกที่อยู่อาศัยในบริเวณวัด อีกส่วนหนึ่งทำงานเช้าไปเย็นกลับ เมื่อได้ช่างแล้วการบูรณะจึงเริ่มขึ้น

ระยะเวลาที่เริ่มบูรณะนั้นเป็นช่วงเข้าฤดูฝนจึงลำบากมากและอยู่ในภาวะที่วัสดุก่อสร้างหายาก โดยเฉพาะเสาคอนกรีตที่จะนำมาตอกเพื่อปูเป็นทางเดินปูนเข้าในบริเวณวัด วัสดุทุกอย่างต้องขนไปทางเรือและใช้แรงคนแบกหามไปที่จุดก่อสร้างบางครั้งต้องชะลอการทำงานเพราะขาดวัสดุ บางครั้งฝนตกหนักงานก่อสร้างบางส่วนคนงานต้องทำงานในน้ำต้องแช่ในน้ำโคลนน้ำเลนเกือบทั้งวัน ร่างกายสกปรกเลอะเทอะ บางครั้งขาดคนงานเพราะสถานที่ก่อสร้างกันดารไม่มีใครอยากอยู่ประกอบกับงานก่อสร้างทั่วๆ ไปขณะนั้นหางานง่าย และงานมีความสะดวกสบายกว่างานก่อสร้างที่วัดมากคนงานเปลี่ยนไปหลายชุด โชคดีที่หัวหน้าช่างไม่เปลี่ยน

เมื่อเริ่มคิดที่จะบูรณะวัดเชิงเลนนั้น ไม่เคยคิดถึงเรื่องปัจจัยและวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างเลยว่าจะได้มาอย่างไรและจากไหน แต่เป็นที่อัศจรรย์ว่าเมื่อเริ่มบูรณะบรรดาปัจจัยและวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างและสิ่งจำเป็นนั้นๆ หลั่งไหลเข้ามาเหมือนกระแสน้ำ ญาติโยมจากทุกทิศทางที่ได้ทราบข่าวและเรื่องราวในภายหลังต่างมีศรัทธาและร่วมบริจาคและอนุโมทนาในความมุ่งหมายดังกล่าวทุกคน แม้แต่ร้านส่งวัสดุก่อสร้างให้วัดยังศรัทธาบริจาควัสดุอุปกรณ์ในการก่อสร้างกุฏิ ๑ หลัง

สำหรับพระประธานนั้นเมื่อแรกพบซากวัดไม่ปรากฏว่ามีอยู่แต่ภายในซากโบสถ์ปรากฏพระพุทธรูปปูนปั้นเศียรขาดอยู่ ๓ องค์ ซึ่งมีสภาพชำรุดทรุดโทรม สอบถามชาวบ้านทราบว่าเศียรพระถูกลอบตัดไปทั้ง ๓ เศียร ในวันเวลาเดียวกันภายหลังลงมือบูรณะวัดไประยะหนึ่งมีผู้นำเศียรพระห่อผ้าขาวใส่พานมาให้ลองสวมดูกับองค์เดิมใส่ได้พอดี จึงดำเนินการบูรณะพระพุทธรูปทั้ง ๓ องค์ใหม่ การบูรณะได้ทำโดยช่างปั้นจากจังหวัดกาฬสินธุ์ สิ้นเวลา ๔ เดือน จึงบูรณะเสร็จ
 

การก่อสร้างได้ดำเนินไปด้วยดีจนสำเร็จเสร็จสิ้นในประมาณเดือนมกราคม ๒๕๓๓ สิ้นเวลาทั้งสิ้น  ๖ เดือน  ๑๗ วัน และได้มีพิธีถวายสิ่งปลูกสร้างเสนาสนะทั้งหมดให้แก่พระสงฆ์ไปแล้วในวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๓ ในวันงานมีผู้ไปร่วมงานทั้งภิกษุสงฆ์ อุบาสก อุบาสิกามากมายจากใกล้ไกลและมาจากทุกทิศ หลังจากนั้นอีก ๔ เดือน ญาติโยมได้จัดสร้างพระประธานสำเร็จ มีพิธีฉลองพระประธานในเดือนมิถุนายน ๒๕๓๓  ในวันงานก็ได้มีญาติโยมไปร่วมงานกันอย่างมากมายเช่นเดียวกับวันถวายวัด
 

การบูรณะฟื้นฟูวัดเชิงเลนจึงเป็นอันสำเร็จสมบูรณ์ด้วยประการฉะนี้ สิ้นค่าใช้จายไปเป็นเงินทั้งสิ้นประมาณ ๓,๔๙๐,๐๐๐ บาท โดยไม่รวมวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้าง เครื่องใช้ต่างๆ ในวัดซึ่งมีผู้ศรัทธาบริจาคสมทบอีกมากมาย
 

สรุปสิ่งก่อสร้างที่ได้จัดทำเสร็จเรียบร้อย ถวายแก่สงฆ์ไปแล้วมีดังนี้

  1. ศาลาหอฉัน
  2. โบสถ์ที่บรูณะใหม่
  3. กุฏิ ๖ หลัง
  4. ศาลาฟังธรรมแปดเหลี่ยม
  5. โรงครัว
  6. ที่พักคนเฝ้าวัด
     
  7. ทางเดินคอนกรีตที่ยกเหนือน้ำเข้าวัด และเชื่อมโยงระหว่างกุฏิและสิ่งปลูกสร้างทั้งมวล

ในปี ๒๕๓๓ ต่อเนื่องกับปี ๒๕๓๔ ได้พัฒนาวัดเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องคือได้ปลูกและบำรุงรักษาต้นไม้รอบๆ วัดและได้ทำการถมดินเสริมคันดินรอบๆ วัด ให้สูงขึ้นเพื่อเป็นเขื่อนรอบๆ วัด เฉพาะค่าถมดินสิ้นเงินไปทั้งสิ้น ๓๘๘,๐๐๐ บาท ดินที่ถมนี้ขึ้นมาจากต่างจังหวัด (อ่างทอง,อยุธยา, ฯลฯ โดยทางเรือแล้วมาจอดเทียบที่ท่าเรือหน้าวัด แล้วใช้แรงคนงานแบกดินคราวละหนึ่งบุ้งกี๋เดินไปถมรอบๆ วัด ซึ่งต้องใช้เวลาและความมานะอดทนมากแต่ไม่พ้นความมานะพยายามและความศรัทธาของญาติโยมสิ้นเวลาไปถึง ๘ เดือน การถมดินเป็นเขื่อนรอบๆ วัดจึงสำเร็จ ต่อไปเป็นการปลูกต้นไม้บนสันเขื่อน

ในช่วงเทศกาลกฐิน ได้มีญาติโยมและบุคคลทั่วไปที่ศรัทธาได้ไปร่วมทำบุญกันอย่างเนืองแน่นทุกๆ ปี

 

ประมวลภาพการบูรณะวัดป่าเชิงเลน